โปเต้...ฉันจะคิดถึงเธอ

posted on 28 Jan 2011 12:31 by rainniezz  in Diary


 

ไม่คิดเลยว่าการเขียนบล็อคครั้งที่สองสำหรับโปเต้... จะเป็นการไว้อาลัย...

เค้าเพิ่งเขียนบล็อคสุขสันต์วันเกิดโปเต้ไปเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2553

มาวันนี้ ห่างกันแค่ไม่กี่เดือน เค้าเสียโปเต้ไปแล้ว...

 

โปเต้เป็นลูกหมาของที่ทำงาน เป็นหนึ่งในพี่น้องหมาทั้งหมดเจ็ดตัว

เค้าเลือกโปเต้มา เพราะโปเต้น่ารัก สีน้ำตาลอ่อนๆ และซนมาก

ชอบคลานด๊อกแด๊กๆ ไปแกล้งพี่น้องตัวเองตลอดเวลา คอยกัด คอยเอามือตบ

จนเค้าคิดว่า หมาตัวนี้ร่าเริงดี เอาตัวนี้แล้วกัน

 

คืนแรกที่นอนด้วยกัน เค้าเอาโปเต้ใส่กะละมังซักผ้าสีดำปูด้วยผ้าอย่างดีแล้ววางไว้ข้างเตียง

แต่เพราะโปเต้ร้องทั้งคืน เค้าจึงเอาขึ้นมานอนบนเตียงด้วยกัน

เปล่าหรอก...นั่นก็ไม่ได้ทำให้มันเงียบลง เพียงแต่ทำให้มันหยุดเดินไปเดินมาเท่านั้น...

 

แม่เป็นคนตั้งชื่อให้โปเต้ เพราะบอกว่าเวลาเรียกชื่อโปเต้ รูปปากของเราจะเหมือนยิ้ม

เป็นตรรกะที่ตลกดี และทุกคนก็ยอมรับ โปเต้จึงได้ชื่อว่าโปเต้

แต่ทุกวันนี้ เรียกชื่อโปเต้...ไม่มีใครยิ้ม

ทุกครั้งที่เรียกชื่อโปเต้...จะมีแต่น้ำตา...

 

นานมาก กว่าเค้าจะทำให้โปเต้ฉี่เป็นที่เป็นทางได้

โปเต้ชอบฉี่ตรงบันได และโดนแม่ตีทุกวัน

ขนาดเอาพริกไทยมาโรย โปเต้ก็ไม่กลัว ฉี่ได้ ไม่แคร์

เอาขวดน้ำมาวางก็ฉี่ใส่ขวดน้ำเลย โปเต้ไม่สน

แม่ตีทุกวัน โปเต้ไม่เคยกลัว วิ่งหนี...

 

โปเต้ชอบเดินขึ้นลงบันได ชอบแกล้งคนขึ้นลงบันได

เวลาเค้าเดินขึ้นบันได โปเต้จะรีบวิ่งมา ขอขึ้นด้วย

แล้วก็พันแข้งพันขา แทรกหว่างกลาง เกือบพลัดตกบันไดหลายครั้ง

พอเดินนำหน้า ก็จะหยุด เค้าเกือบเหยียบโปเต้ทุกที

ต้องใช้เท้าดันๆ ให้ขึ้นตลอด

เป็นแบบนี้ทั้งขึ้น ทั้งลง

 

โปเต้เป็นหมาประหลาด ทั้งฉลาดทั้งโง่

ถ้าวันไหนไม่ได้ยินเสียงกระดิ่งโปเต้ เค้าจะเรียกหา “โปเต้ อยู่ไหน”

สิ่งที่ได้ยินก็คือความเงียบ ทั้งๆ ที่โปเต้นอนอยู่ใต้โต๊ะ

ถ้าพูดว่า “โปเต้ มานี่”

สิ่งที่โปเต้ทำก็คือเดินหนีห่างจากเราไป สามก้าว

ถ้าพูดว่า “หยุดนะ!

สิ่งที่โปเต้ทำก็คือ วิ่งหนีไปให้ไกล...

 

เค้าชอบให้โปเต้หวัดดี

เวลาเอาของกินมาล่อ โปเต้ทำได้ดีมาก สลับได้ทั้งซ้ายและขวา

แต่ถ้าไม่ให้ซักที ไม่มือข้างซ้ายหรือขวาของโปเต้ ก็จะตะปบเข้าที่หน้า

 
 

โปเต้กับพวกเรา กินข้าวเย็นพร้อมกัน

เวลาปูเสื่อก่อนยกสำรับกับข้าว โปเต้จะมานอนลงบนเสื่อ

ไล่ก็ไม่ไป ต้องอุ้มออก

เค้าขยำข้าวให้กิน ข้างๆ วงข้าว

โปเต้ชอบกินปลานึ่ง ถ้าวันไหนมีปลานึ่ง จะกินข้าวได้เยอะมาก

ถ้ากินไม่อิ่ม จะยืนมองหน้า แล้วเอาขาสะกิดๆ

แต่ถ้าอิ่มแล้วจะเดินไปนอนใต้เก้าอี้ยาวเหมือนอย่างเคย

 

ตอนโปเต้เด็กๆ ชอบมานอนหนุนอยู่ตรงล้อเก้าอี้คอมฯ

เวลาไม่รู้ตัว จะเลื่อนเก้าอี้ โปเต้ก็โดนหนีบทุกที

 

โปเต้ชอบแกล้งกระต่าย ชอบเข้าไปในกรงกระต่ายแล้วก็ไล่ฟัด

โดนตีแล้ว ตีเล่าก็ไม่เข็ด

ทุกครั้งที่โปเต้อยู่ข้างล่างแล้วได้ยินเค้าคุยกับกระต่ายด้านบน

โปเต้จะรีบวิ่งมาหา แล้วขู่ใส่กระต่าย

เกเร...

 

เค้าไม่รู้ว่าเริ่มปล่อยโปเต้ออกนอกบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่

ตอนแรกก็ไม่เคยให้ออกหรอก กลัวเปื้อน กลัวเห็บ กลัวหมัด ไม่ให้ออก

แต่เวลาไปซื้อเป็บซี่ที่ร้านค้าข้างบ้าน เค้าจะเอาโปเต้ไปด้วย

ไปแล้วก็กลับพร้อมกัน

 

ช่วงหลังๆ เริ่มมีเพื่อน เริ่มอยากออกจากบ้านตลอดเวลา

แต่พอปล่อยออกไปแล้วติดหมัด เลยไม่อยากให้ออก

ขังไว้ในบ้านเหมือนเดิม  แต่โปเต้ไม่ยอมแล้ว

ร้องโหยหวนทั้งวัน วิ่งขึ้นวิ่งลง หาทางออก

ครั้งหนึ่งเคยเปิดประตูหลังบ้านเอาไว้

โปเต้ก็ออกไปทางข้างหลัง แล้วจะไปปีนออกข้างบ้าน

เพราะเห็นใจ...ก็เลยยอมให้ออกไป นับตั้งแต่วันนั้น

 

25 มกราคม 2554

21.45 น.

วันนั้น โปเต้ก็ออกไปนอกบ้านเหมือนอย่างเคยนั่นแหละ

ทุกทีเราจะนอนกันเร็ว โปเต้เข้านอนแต่หัววัน เพราะตื่นเช้า

แต่เค้าหิว...เค้าเลยลงไปหาอะไรกิน โปเต้เดินตามมา

เค้าเลยปล่อยโปเต้ไปฉี่อีกรอบ ก่อนนอน

ปล่อยไปได้ 5 นาที เค้าเดินไปตาม

โปเต้ยืนอยู่บนสะพาน เค้าเรียกโปเต้เข้าบ้าน

“โปเต้ มานี่!!

เหมือนเดิม... สิ่งที่ได้จากโปเต้ก็คือการวิ่งหนีออกไปอีก

โปเต้ไปหยุดยืนอยู่กลางถนน

เค้าเดินตามออกไป เห็นรถกำลังวิ่งมาพอดี

“โปเต้ รถน่ะ ไม่เห็นเหรอ หลบมาเดี๋ยวนี้นะ”

โปเต้หันมามอง แล้วก็ลุกขึ้นยืนกำลังจะวิ่งหลบมาข้างทาง

เค้ามองด้วยตาเปล่า เห็นว่าหลบทันแน่ๆ

แต่...เค้าคาดการณ์ผิด...

รถกระบะคันนั้น...ทับช่วงหลังของโปเต้เต็มๆ

เค้าตกใจ กรีดร้องขึ้นมา แล้ววิ่งไปบอกให้รถคันนั้นหยุด

เพราะถ้าไม่หยุด เค้าจะทับโปเต้ด้วยล้อหลังอีกรอบ

เค้าร้องไห้ วิ่งไปหาโปเต้

โปเต้ร้องเสียงดังมาก เค้ายื่นมือไปจับ ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก

และไม่รู้เลยว่าตอนนั้นเค้ากำลังโดนโปเต้กัดอยู่

เค้าไม่เจ็บเลยสักนิด...

โปเต้เจ็บกว่าเค้ามาก...

 

ยืนเถียงกับคนขับรถอยู่พักหนึ่ง

เมื่อเขาไม่สนใจ ไม่รับผิดชอบ ไม่ยอมขับรถกระบะของตัวเองพาโปเต้ไปส่งโรงพยาบาล

ไม่แม้แต่จะขอโทษ...

เค้าเลยจบเรื่องราวทั้งหมดแค่ตรงนั้น

ทุกคนละแวกนั้นต่างก็มาดูโปเต้

ทุกคนรักโปเต้...

ไม่มีใครจับโปเต้ได้ เพราะโปเต้กัด

เราต้องช่วยกันเอาโปเต้ใส่กะละมัง แล้วนำขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก

ไม่น่าเชื่อว่า...กะละมังใบนั้น ที่โปเต้นอนในคืนแรก

ก็เป็นใบเดียวกับกะละมังที่ใส่โปเต้ไป

 

โปเต้ร้องครางตลอดทาง เค้าเองก็ร้องไห้ ได้แต่บอกว่า

โปเต้ ไม่เป็นอะไรนะ...ไปหาหมอแล้ว เดี๋ยวก็หาย

โดยที่ไม่รู้เลยว่า โปเต้จะไม่หาย...

เพียงแต่เราทำให้โปเต้ไปตายที่อื่น...

 

หมอบอกว่ารอดูอาการ เช้าค่อยเอ็กซเรย์

อาจจะท่อปัสสาวะแตก อาจจะเป็นอัมพาต

และอาจจะไม่ตาย...

หมอบอกแบบนั้น เราก็เชื่อ

 

กลับบ้าน...โดยที่ทิ้งโปเต้ไว้ที่นั่น

ร้องไห้ทั้งคืน ไม่ได้นอน คิดถึง และกลัวโปเต้เป็นอะไร

ตอนเช้า 9 โมง แม่โทรไปหาหมอ ถามถึงโปเต้

หมอบอกว่ายังร้องอยู่ แต่ไม่ฉี่ นั่นคือท่อปัสสาวะแตก

แม่โทรบอกเราแค่ว่า โปเต้ยังอยู่ดี และให้ไปเยี่ยมพร้อมกันตอน 11 โมง

 

แต่...10 โมงครึ่งแม่โทรมา

บอกว่าไม่ต้องไปก็ได้นะ เดี๋ยวแม่ไปกับน้องแค่สองคน

บอกแค่นั้น เค้ารู้แล้วว่าโปเต้ไม่อยู่กับเราแล้ว

 

เกือบ 11 โมง แม่กับน้องถึงบ้าน พร้อมกับถุงดำหนึ่งใบ

เค้าวิ่งไปรับทั้งน้ำตา

เค้าร้องไห้ แม่ร้องไห้ น้องร้องไห้...ทำใจไม่ได้

เค้าเอาโปเต้ออกจากถุงดำ แล้วกอดไว้

สภาพของโปเต้ตอนนั้นเหมือนหมานอนหลับ แต่ไม่หลับตา

แต่พอพลิกอีกข้าง โปเต้ลิ้นจุกปาก

เค้าคิดมากอีกรอบ

 

โปเต้คิดอะไร ตอนกำลังจะตาย

คิดว่าเค้าเอาไปทิ้งหรือเปล่า

คิดว่าเค้าไม่อยู่กับโปเต้ในช่วงระยะเวลาสุดท้ายของชีวิตหรือเปล่า

อยากจะบอกแค่ว่า ไม่ใช่นะ...ไม่ใช่...

แต่โปเต้คงไม่ได้ยิน

 

เค้าฝังโปเต้ไว้หลังบ้าน ตอนสี่โมงเย็น

ทำใจอยู่นานมาก ไม่กล้า...

ไม่กล้าวางโปเต้ไว้ตรงนั้น ไม่กล้ากลบดินใส่โปเต้

น้องชายก็ไม่กล้า...

นาน...กว่าจะเสร็จ

 

ในที่สุดโปเต้ก็นอนหลับอยู่หลังบ้าน...ตลอดไป...

เค้าสามารถมองเห็นหลุมฝังศพของโปเต้ได้ตลอดเวลา

มอง...แล้วก็ร้องไห้

ไม่มีอีกแล้ว หมาที่คอยยกสองขาแล้วเดินไปรอบๆ ตัวเรา เวลากลับถึงบ้าน

ไม่มีอีกแล้ว หมาที่คอยปลุกเราตั้งแต่ตี 5 เพราะอยากออกจากบ้าน

ไม่มีอีกแล้ว หมาที่คอยแกล้งพันแข้งพันขาให้คนเดินขึ้นบันไดหวาดระแวง

ไม่มีอีกแล้ว...โปเต้น่ะ

 

เค้าพูดกับโปเต้เสมอ ว่าเค้ารักโปเต้...

เรานอนด้วยกันทุกวัน กอดกันตลอด เล่นกันตลอด

โปเต้รับรู้ใช่มั้ย...

 

เค้าขอโทษ ที่ปล่อยโปเต้ออกจากบ้านคืนนั้น

ขอโทษที่ไม่วิ่งไปจับโปเต้ในตอนที่มีรถวิ่งมา

และขอโทษ...ที่ไม่ได้อยู่ด้วย ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต

 

บาดแผลที่โปเต้ฝากไว้นี่

เค้าจะระลึกถึงมันเสมอ...

เพราะเค้า...ที่ทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้

ขอโทษ...